ความจริงแล้ว สิ่งที่เราใช้กันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ติดป้าย “ไมโครซอฟท์” มีหลายอย่างที่ไม่ได้สร้างขึ้นที่ไมโครซอฟท์ แต่เป็นการเก็บเอาผลงานของนักพัฒนาคนอื่นๆ มานำเสนอในแบบไมโครซอฟท์จนติดตลาด ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการดอส กราฟิกอินเทอร์เฟซของวินโดวส์ การใช้เมาส์ควบคุมคอมพิวเตอร์ บราวเซอร์อันดับหนึ่งอย่างอินเทอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์(IE) บริการเว็บเมล์อย่างฮอตเมล์ และหลายๆ ฟีเจอร์บนวิสต้า .. ไมโครซอฟท์ล้วนซื้อหาเทคโนโลยีมาเป็นของตัวเองหรือแอบยืมไอเดียของคนอื่นมาใช้ในแบบไมโครซอฟท์ทั้งสิ้น

ไม่นับรวมความสามารถด้านการตลาดที่ฉกฉวยใช้สารพัดวิธี หลายรูปแบบ ตั้งแต่บีบบังคับไปจนถึงการจูงใจเพื่อผูกพันธมิตรกับค่ายผู้ผลิตพีซีให้ร่วมกันสร้างอาณาจักรวินโดวส์ ใช้กลวิธีแจกฟรีบราวเซอร์เพื่อทำลายคู่แข่งจนต้องล้มหายไปจากตลาด พยายามผลักดันไมโครซอฟท์ให้กลายเป็นมาตรฐานที่คนอื่นต้องเดินตาม จึงไม่แปลกที่หลายคนจะไม่ชอบ บิลล์ เกตส์ และเห็นเขาเป็นซาตานบนโลกไอที

หลังจากขลุกตัวอยู่กับไมโครซอฟท์นานถึง 33 ปี เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา ถือเป็นวันแรกที่ บิลล์ เกตส์ ผู้บุกเบิกตำนานแห่งไมโครซอฟท์ได้ก้าวเท้าออกจากบริษัทในฐานะพนักงานประจำ คงเหลือไว้แต่เพียงการเป็นพนักงานชั่วคราว และรั้งตำแหน่งประธานกรรมการของไมโครซอฟท์เช่นเดิม เพื่อแตะมือให้ สตีฟ บอลล์เมอร์ รับลูกในการบริหารไมโครซอฟท์ได้อย่างเต็มตัวมากยิ่งขึ้น

ซึ่งต่อจากนี้ไป เขาจะให้เวลากับไมโครซอฟท์เพียงแค่สัปดาห์ละ 1 วัน ที่เหลือจะใช้ไปกับธุรกิจส่วนตัวและงานด้านการกุศล โดยเกตส์บอกว่า น่าจะถึงเวลาแล้วที่เขาต้องทุ่มเทมันสมองที่มีอยู่ให้กับงานด้านการกุศลมากขึ้น เหมือนกับที่เขาได้ทุ่มเงินเพื่อขับเคลื่อนการทำงานของมูลนิธิไปก่อนหน้านี้

สิ่งเดียวที่ เกตส์ ยังให้ความสำคัญและอยากผลักดันให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ก็คือ อินเทอร์เฟซการใช้คอมพิวเตอร์แบบอิงธรรมชาติ (Natural Interface) เช่น การควบคุมด้วยปากกา, การควบคุมด้วยเสียง, การควบคุมด้วยการสัมผัส

การควบคุมด้วยปากกา : เกตส์ยังคงฝังใจกับ แท็บเล็ตพีซี ที่สามารถควบคุมผ่านสไตลัส ขีดเขียน ลากเส้น บนคอมพิวเตอร์ เพื่อจดบันทึกผ่านหน้าจอได้โดยตรง

การควบคุมด้วยเสียง : ไมโครซอฟท์ซื้อบริษัท TellMe (เป็นบริษัทที่ทำวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมด้วยเสียง ไม่ใช่ บริษัท เครื่องสำอางในบ้านเรานะครับ) เพื่อผลักดันการสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยเสียง และมีการพัฒนาระบบโต้ตอบอัตโนมัติร่วมกับค่ายรถยนต์อย่างฟอร์ดภายใต้เทคโนโลยีชื่อ ซิงค์ และน่าจะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นกับค่ายรถยนต์อื่นๆในอนาคต

การควบคุมด้วยการสัมผัส : ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่ เกตส์ ตั้งความหวังเอาไว้มาก ตั้งแต่ ไมโครซอฟท์เซอร์เฟซ โต๊ะอัจฉริยะแบบ multitouch ขนาด 30 นิ้ว ที่น่าจะเริ่มมีการใช้แพร่หลายตามบ้านทั่วไป ได้ในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า เมื่อราคาถูกลงกว่านี้ หรือ เทคโนโลยีอย่าง touch wall จอสัมผัสขนาด 4 x 6 ฟุต ที่ใช้สำหรับแสดงพรีเซนเทชัน วิดิโอ หรือการประชุมสัมนาผ่านทางไกล

แม้คำพูดของ bill gates ที่ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คีย์บอร์ด และ เมาส์ จะถูกแทนที่ด้วยอินเทอร์เฟซการควบคุมรูปแบบอื่น ออกจะดูเกินจริงไปนิดส์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในอนาคตโลกของเรากำลังก้าวเดินไปสู่รูปแบบการควบคุมคอมพิวเตอร์แบบอิงธรรมชาติอย่างแน่นอน แม้จะไม่ใช่ในเร็ววันนี้

และสุดท้าย เมื่อปีที่แล้ว บิลล์ เกตส์ ได้รับ ปริญญาดุษฏีกิตติมศักดิ์จากมหาลัยฮาร์วาร์ด โดยเขากล่าวด้วยความยินดีว่า “ผมกำลังจะเปลี่ยนงานใหม่ในปีหน้า (ซึ่งก็คือปีนี้) และมันก็เป็นสิ่งที่ดีมากที่ได้ใส่วุฒิปริญญาในประวัติส่วนตัวสำหรับสมัครงานเสียที”
…. ยินดีด้วยคร้าบ

Last 5 posts by exodus

One Response to “เมื่อ บิลล์ เกตส์ ลงจากบัลลังก์ไมโครซอฟท์”

» You can leave a response or Trackback .

  1. iPudding Says:

    exo เล่นเอาประวัติช้างตัวนึง มาชนกับช้างอีกตัวนึงเลยนะเนี่ยะ เด็ดจริง ๆ

» Trackbacks/Pingbacks

Leave a Reply