- ติดตั้ง -
หากยังไม่ได้ทำการติดตั้ง GlassFish ให้ ทำการติดตั้ง glassfish
- เตรียมโปรเจ็ค โดยใช้ Netbeans และ plug-in goldspike -
1. ในโปรเจ็คทำการเซ็ตค่าของ production ในไฟล์ database.yml
production:
adapter: jdbc
driver: com.mysql.jdbc.Driver
url: jdbc:mysql://localhost/testapp_development
username: root
password:
2. ทำการเพิ่ม plug-in ของ goldspike ให้โปรเจ็ค
3. สั่ง generate goldspike โดยไม่ต้องใส่ argument ใดๆ
4. แก้ไขไฟล์ application.rb โดยการลบ # ข้างหลัง protect_from_forgery จะเป็นดังนี้
protect_from_forgery :secret => '7fdea62cab2db8c65c0cede1b58aadf7'
5. จากนั้นสั่ง run rake task > war > standalone > create
6. ผลลัพธ์คือจะได้ไฟล์ .war ในโฟลเดอร์ของโปรเจค
- deploy project -
1. เข้าไปยัง GlassFish ผ่านทาง http://localhost:4848 และทำการล้อกอิน ด้วย admin/adminadmin
2. เลือก Deploy Web Application (.war)

3. จากนั้นทำการเลืิอกไดเรคทอรี่ของไฟล์ .war ที่่สร้างขึ้น ทำการตั้งชื่อ และกด ‘ok’

4. เซ็ตโปรเจคให้เปน ‘Enable’
5. กด ‘Launch’
6. ผลลัพธ์ที่ได้คือ จะทำการเปิดโปรเจคเราผ่านทางบราว์เซอร์ที่ url: http://localhost:8080/testapp/
ขั้นตอนในการ Install
1. ทำการดาว์นโหลด GlassFish Version 2 Build 41
2. เซ็ต Java_HOME ใน Command Prompt โดยใช้คำสั่ง
set JAVA_HOME=ไดเร็คทอรี่ของ jdk ที่อยู่บนเครื่อง เช่น
set JAVA_HOME=C:\Program Files\java\jdk1.6.0_05
3. ใน Command Prompt ให้เข้าไปยังไดเรคทอรีของ GlassFish ที่โหลดมาจากข้อ 1. และใช้คำสั่ง
java -Xmx256m -jar filename.jar
ทำการ extract ไฟล์ที่ดาว์นโหลดมาและสร้างโฟลเดอร์ ที่มีชื่อว่า ‘glassfish’
4. ให้เราเข้าไปยังโฟลเดอร์ดังกล่าวโดยใช้คำสั่ง
cd glassfish
5. ทำการเซ็ตอัพ GlassFish โดยใช้คำสั่ง
lib\ant\bin\ant -f setup.xml
6. เข้าไปยัง http://localhost:4848 และทำการล้อกอินด้วย
user : admin
password : adminadmin
เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถใช้งาน GlassFish ได้แล้วครับ

ผมเจอจาก webboard ของ มหาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้เขียน เอามาจาก เว็บบอร์ดหนึ่ง ซึ่งผมก็ไม่สามารถอ้างอิง source ได้แน่นอน มากมายแต่ เป็นบทความที่ดี แต่ บางประการ อาจทำความเข้าใจยากหน่อย ไว้ผมจะมา edit ให้ในภายหลังนะครับ แต่บางข้อ จำเป็นในการ programming มาก (จากประสบการณ์ที่มีอันน้อยนิดส์อ่ะน่ะ) จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย
More…
Tags: programmer, Programming, Programming Tips

โครงการประกวดที่นำมาแนะนำในวันนี้ ชื่ออาจจะคล้องจองกับการประกวดที่เราคุ้นเคยกันนะครับ แต่คราวนี้มันเป็นคำย่อของโครงการ “Network Security Contest 2008″
สำหรับโครงการนี้ เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของระบบเน็ตเวิร์ก การสมัครจะต้องฟอร์มทีมขึ้นมาทีมละ 3 คน โดยการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 2 รอบ ในรอบแรกเป็นการแยกกันทำข้อสอบ 100 ข้อ แล้วนำคะแนนที่ได้มารวมกันสามคน จะคัด 10 ทีมที่คะแนนสูงสุดเข้าไปในรอบถัดไป More…
Tags: contest, network, Security
อยากจะรู้ อยากจะเห็นหน้าตาของเขาคนนี้ คลิ๊กเลยครับ ฮ่าๆๆ (เทพ จริงๆ นะ ไม่ได้เกรียน)
More…
Tags: Father of Java, Java

หลังจากที่กระผมได้ ศึกษาเกี่ยวกับ เส้นทาง เดินของ บุคคลผู้ทรงอิทธิพลในวงการ IT ของโลก จึงได้รู้ว่าพวกเขากว่าจะมีวันนี้ได้ และมีชื่อเสียงกระฉ่อนโลกมาให้พวกเราได้รู้จัก พวกเขาต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายหลายรูปแบบ และ ด้วยมุมมองชีวิตในแบบต่างๆ ทำให้ผมได้เรียนรู้ และ อยากจะนำมาเผยแพร่ เพื่อนๆ ได้รับชม และ อ่าน กันครับ
More…
Tags: apple, Pixar, Steve Jobs, ประวัติ

ความจริงแล้ว สิ่งที่เราใช้กันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ติดป้าย “ไมโครซอฟท์” มีหลายอย่างที่ไม่ได้สร้างขึ้นที่ไมโครซอฟท์ แต่เป็นการเก็บเอาผลงานของนักพัฒนาคนอื่นๆ มานำเสนอในแบบไมโครซอฟท์จนติดตลาด ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการดอส กราฟิกอินเทอร์เฟซของวินโดวส์ การใช้เมาส์ควบคุมคอมพิวเตอร์ บราวเซอร์อันดับหนึ่งอย่างอินเทอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์(IE) บริการเว็บเมล์อย่างฮอตเมล์ และหลายๆ ฟีเจอร์บนวิสต้า .. ไมโครซอฟท์ล้วนซื้อหาเทคโนโลยีมาเป็นของตัวเองหรือแอบยืมไอเดียของคนอื่นมาใช้ในแบบไมโครซอฟท์ทั้งสิ้น
More…
Tags: Bill Gates, microsoft
Google Adwords คือ โปรแกรมที่ใช้ในการโฆษณาเวบไซต์บน google ซึ่งจะต้องซื้อโฆษณากับ Google ก่อน โดยมีการประมูลเป็นคำ หรือ keyword จากนั้นเราสามารถเขียนข้อความโฆษณาและทำ link ติดกับข้อความนั้นซึ่งโฆษณาของเราจะแสดงทางขวามือของเวบไซต์
ข้อดีของ Google Adwords
1. สามารถแสดงโฆษณาของเราได้เร็วที่สุดภายใน 15 วินาที
2. ทำได้ง่ายและรวดเร็ว
3. เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ทั่วโลกได้มากกว่า 200 ล้านคน
4. สามารถแสดงโฆษณาได้ตรงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมาก
5.สามารถหยุดโฆษณาเมื่อไหร่ก็ได้
6. สามารถกำหนดงบประมาณในการโฆษณาแบบรายกันหรือรายเดือนก็ได้
Tags: Google
1. ทำงานบนเวบเบราเซอร์ได้ โดยใช้คุณสมบัติของจาวาแอปเพลต(Java Applet) ซึ่งแปลว่าแอบพลิเคชันขนาดเล็ก โดยจะสามารถทำงานได้บนเวบเบราเซอร์ใดก็ได้ที่มีจาวาสนับสนุนอยู่
2. สนับสนุนการทำงานหลายระดับ เช่น ระดับเซิร์ฟเวอร์ คอมพิวเตอร์ทั่วไป มือถือ เป็นต้น
3. ความปลอดภัยสูง เพราะว่าผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าแอปเพล็ตที่ดาวน์โหลดจากเวบต่างๆนั้นไม่มาพร้อมกับไวรัสแน่
4. ภาษาจาวาเป็นภาษาเชิงวัตถุ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้ง่ายขึ้นเพราะเรามองทุกในการเขียนโปรแกรมเป็นวัตถุ
5. ความเรียบง่าย สามารถเข้าใจง่ายเพราะลักษณะไวยากรณ์ของภาษาจาวาถูกออกแบบมาอย่างดี
6. ระบบจัดการคืนพื้นที่ในหน่วยความจำอัตโนมัติ (Automatic garbage collection)
7. มีคลาสให้เลือกใช้จำนวนมากทำให้ผู้เขียนโปแกรมสามารถพัฒนาโปรแกรมได้เร็วขึ้นโดยการพัฒนาต่อจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว
8. ฟรี เป็นเครื่องมือที่แจกฟรี
By On the way
ในการผลิต Software นั้นเราต้องพัฒนากันเป็นทีมทำให้ ต้องแยกงานๆเป็นส่วนๆ ซึ่งการที่เรามีการใช้งาน Subversion ทำให้เรามีความสะดวกมากขึ้นในการ Update Code การกู้ตืนโค้ดที่เสียไป เป็นต้น ดังนั้น จึงได้เขียนวิธีการติดตั้ง Subversion แบบง่ายๆกัน
1.ทำการติดตั้ง ตัว Subversion ลงบนเครื่อง หากไม่มีให้ไปที่ http://www.clearvision-cm.com/clearvision-news/download-subversion-for-windows.html เพื่อทำการดาว์นโหลดได้เลยครับ
More…